5 ข้อดีของกีฬา E-sport ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้

กีฬา E-sport เป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกฎกติกาสากลไม่แตกต่างจากกีฬาทั่วไปที่เราคุ้นเคย ทั้งนี้ ในยุคปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ต่างให้ความสนใจกับกีฬาออนไลน์แบบ E-sport มากขึ้นด้วย ความน่าสนใจและความแปลกใหม่ของเกมส์ เป็นสิ่งดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสู่วงการ E-sport มากขึ้นเรื่อย ๆ และขยายตัวด้านความนิยมไปไกลทั่วโลก จนเกิดเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมยอดฝีมือนักเล่นเกมส์กีฬาออนไลน์ในหลายชนิดเกมส์ เพื่อพิสูจน์ว่าใครคือสุดยอดผู้เล่นหรือที่เรียกกันว่า Pro Player ของเกมส์นั้น ๆ

ในบทความนี้ เราจะมากล่าวถึง 5 ข้อดีของกีฬา E-sport ที่เรียกว่า “ไม่กล่าวถึงไม่ได้” ดังนี้

1.E-sport เปลี่ยนชีวิตเด็กติดเกมส์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ในอดีตเด็กที่เล่นเกมส์มักถูกมองว่าเป็นบุคคลก้าวร้าว รวมไปถึงภาพจำที่ไม่ค่อยดีนัก ทว่าในปัจจุบันเกมส์สามารถสร้างอาชีพให้กับคนที่มีใจรักในการเล่นเกมส์ ทำเงินได้มากมายมหาศาล อาทิ Jabz นักเล่นเกมส์อาชีพชาวไทย ที่สามารถสร้างรายได้จากการแข่งขัน E-sport สูงถึง 14,000,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากพอให้ใครหลายคนหันมาศึกษาวิถีทางแห่งการเป็นนักกีฬา E-sport มากยิ่งขึ้น

2.E-sport กลายเป็นเป้าหมายสูงสุด
ทันทีที่การแข่งขัน E-sport เป็นที่รู้จัก วัยรุ่นส่วนใหญ่กว่า 65% เริ่มตั้งเป้าหมายให้กีฬา E-sport เป็นความฝันอันสูงสุดของพวกเขาทั้งในเรื่องไลฟ์สไตล์และการสร้างรายได้ หนึ่งในเรื่องที่น่าแปลกใจคือ วัยรุ่นที่มีความฝันจะเข้าสู่วงการ E-sport เริ่มแบ่งเวลาเพื่อฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพ มากพอที่จะเข้าร่วมทีม Pro player ได้ตั้งแต่อายุเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น!

3.E-sport เพิ่มทักษะการทำงานเป็นทีมได้สมบูรณ์แบบ
ดังเช่นกีฬาทั่วไปที่ต้องมีเพื่อนร่วมทีม เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ถึงชัยชนะที่ตั้งเป้าหมายไว้ร่วมกัน โดยกระทำตามแผนการและกลยุทธ์ที่วางไว้ นักกีฬา E-sport แต่ละคนจึงมีหน้าที่ตามตำแหน่งที่จัดสรร ซึ่งต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด

4.E-sport ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ตัวเราและประเทศได้
ปัจจุบันวงการ E-sport เปิดกว้างและเป็นที่ยอมรับในหมู่บุคคลทั่วไป ด้วยเหตุนี้การแข่งขันจากเวทีเล็ก ๆ จึงขยายจนกลายเป็น ลีค (League) การแข่งขันระดับนานาชาติ E-sport จึงเป็นหนึ่งในกีฬาที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวผู้แข่งขัน และประเทศได้ไม่ต่างจากกีฬาอื่น ๆ

5.ช่วยเสริมสร้างสมาธิได้อย่างดี
มีหลายคนบอกว่าการเล่นกีฬา E-sport ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งผู้ที่สนใจจะเป็นนักกีฬา E-sport แบบมืออาชีพแล้วก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากตั้งใจจริง จะสังเกตตัวเองได้ ว่ายิ่งเล่น ก็ยิ่งเป็นการฝึกสมาธิ ร่วมกับการได้พัฒนาทักษะและวิเคราะห์เทคนิคของคู่แข่ง อันทำให้เข้าใกล้ชัยชนะยิ่งขึ้น

การเล่นเกมส์ E-sport จึงไม่ใช่เพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างอาชีพได้เป็นอย่างดี ความน่าสนใจและข้อดีของกีฬา E-sport จึงยังมีอีกมากให้ได้เรียนรู้และศึกษา หากไม่อยากตกเทรนด์นี้ เราแนะนำให้ติดตามกีฬา E-sport อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้มีคนสำเร็จที่ชีวิตเปลี่ยนจากการเป็นนักกีฬา E-sport มืออาชีพไปแล้วจำนวนไม่น้อย!

ประโยชน์ของการเล่นกีฬามีมากกว่าที่คิด

คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าการเล่นกีฬาทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่ถ้าคุยกันถึงรายละเอียดแล้ว การเล่นกีฬามีประโยชน์ที่มากกว่านั้น เราจึงอยากชวนให้ทุกคนมาเล่นกีฬาเพื่อให้ได้ประโยชน์รอบด้าน ดังต่อไปนี้

1.มีสุขภาพจิตที่ดี
การเล่นกีฬาไม่ว่าจะเป็นกีฬาบนบกหรือในน้ำ ขอให้เป็นกีฬาที่คุณชื่นชอบและเล่นพอเหมาะ เช่น วันละครึ่งถึง 1 ชั่วโมง ไม่หักโหมมากเกินไป จะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข และยังมีการสร้างสารสื่อประสาทที่ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและความเครียดได้ด้วย วงการแพทย์จึงแนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาโรคทางจิตเวช

2.ช่วยให้มีสังคม
การเล่นกีฬาที่ต้องมีผู้เล่นคู่ เช่น แบดมินตัน หรือเล่นกันเป็นกลุ่มอย่าง บาสเกตบอล ฟุตบอล จะทำให้เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นการหยุดวงจรแห่งความน่าเบื่อ ที่คนส่วนใหญ่จะต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงคนเดียว ได้มีกิจกรรมที่สร้างสังคมเพื่อนกลุ่มใหม่เกิดขึ้นซึ่งเป็นคนชอบออกกำลังกายเหมือนกัน แบบนี้ดีกว่ามีเพื่อนที่ชอบชวนเที่ยวเตร่

3.ทำให้ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ
หลายคนที่ต้องการเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีขึ้น การออกกำลังกายจะทำให้รูปร่างดูสมส่วน ไขมันส่วนเกินลดลง กล้ามเนื้อเห็นชัดเจนขึ้น จึงมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าที่เข้ารูปได้ เกิดการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงดูดสายตามากขึ้น

4.ปรับเปลี่ยนนิสัยให้มีวินัย
กีฬาเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนขี้เกียจให้เป็นคนมีวินัยในการออกกำลังกาย เช่น ตื่นนอนตอนเช้าตรู่มาวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเวลาเย็นหลังเลิกงานต้องว่ายน้ำก่อนกลับบ้าน 1 ชั่วโมง ฯลฯ หากทำเป็นนิสัยจะทำให้เราตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ดังที่มีการกล่าวว่าหากเราปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันต่อเนื่องได้ถึง 3 สัปดาห์ จะทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นนิสัยที่จะทำต่อไปได้โดยอัตโนมัติ

5.เพิ่มความมุ่งมั่นและความมั่นใจว่าเราทำได้
โดยทั่วไปแล้ว ทุกคนมักจะมีการวางเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น หลังการออกกำลังกายไปได้สักพัก เช่น เราจะว่ายน้ำให้ได้ระยะทางที่ไกลขึ้น, วิ่งจากระยะ 10 กม. กลายเป็นวิ่งมาราธอน หรือวิ่งล่ารางวัล เป็นต้น ความมุ่งมั่นจึงเกิดจากความตั้งใจของเราและการที่เราเห็นว่าตัวเองทำได้ ก็จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งความรู้สึกนี้จะส่งต่อถึงทัศนคติในการใช้ชีวิตประจำวันด้านอื่น ๆ ด้วย

กีฬาให้ประโยชน์แก่ชีวิตของเราทุกคนมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน นอกจากการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ยังส่งผลต่อความมั่นใจ การปรับเปลี่ยนทัศนคติ การใช้ชีวิตอย่างมีวินัย และสร้างความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ด้าน นอกจากนี้ อาจทำให้เราได้เพื่อนใหม่หรือคู่ค้าทางธุรกิจที่ดีในอนาคตก็เป็นได้

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนพบ 5 ไฮไลต์สำคัญ ของกีฬาโอลิมปิค ปารีส 2024

จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่แฟนกีฬาทั่วทุกมุมโลกให้ความสนใจอย่าง โอลิมปิก โตเกียว 2020 และสาวกโอลิมปิกน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าการแข่งขันครั้งต่อไปจะถูกจัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และรู้หรือไม่ว่าการแข่งขันครั้งต่อไปมีไฮไลต์อะไรสำคัญที่แฟน ๆ กีฬาต้องติดตาม

5 ไฮไลต์สำคัญของ โอลิมปิก ปารีส 2024

1.ธงโอลิมปิกขนาดใหญ่และสัญลักษณ์แห่งความเรียบง่าย
เริ่มต้นส่งไม้ต่อให้กับเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2024 ด้วยการเชิญธงโอลิมปิกขึ้นไปยังยอดหอไอเฟล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศส ความพิเศษของธงผืนนี้คือการเป็นธงขนาดมหึมา มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 60 เมตร และความกว้าง 90 เมตร บนตัวธงมีสัญลักษณ์กีฬาโอลิมปิก 2024 โลโก้ดีไซน์เป็นรูปคบเพลิง สะท้อนถึงความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

2.ยิ่งใหญ่อลังการกับพิธีเปิดการแข่งขันรูปแบบใหม่
หลายคนอาจคุ้นชินภาพพิธีเปิดที่มีนักกีฬาวิ่งถือคบเพลิง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับโอลิมปิกครั้งหน้ากลับมีไฮไลต์คือพิธีเปิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะมีการจัดพิธีเปิดด้วยการพานักกีฬาล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine) ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญต่าง ๆ ของปารีส ไม่ว่าจะเป็น หอไอเฟล สัญลักษณ์ของปารีส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังของฝรั่งเศส เป็นต้น

3.เหรียญรางวัลดีไซน์สุดพิเศษ
ต้องยอมรับเลยว่าไฮไลต์ของโอลิมปิกที่กรุงปารีสมีอยู่มากมายจริง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งการออกแบบเหรียญรางวัลที่ได้นักออกแบบชื่อดังอย่าง ฟิลิปส์ สตาร์ค (Philippe Starck) สร้างสรรค์เหรียญรางวัลรูปแบบใหม่ที่สามารถแบ่งเป็น 4 ส่วน เพื่อให้นักกีฬาได้แบ่งปันความพิเศษแก่ครอบครัวหรือผู้มีส่วนร่วมในการคว้าชัย

4.สนามกีฬา บนแลนด์มาร์กน่าสนใจของกรุงปารีส
ความพิเศษของโอลิมปิกครั้งหน้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่การสร้างสนามกีฬาบนแลนด์มาร์กสำคัญของปารีส ไม่ว่าจะเป็น การจัดวอลเลย์บอลชายหาดบริเวณหน้าหอไอเฟล การจัดกีฬายิงธนูบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ การแข่งกีฬาขี่ม้าบริเวณหน้าพระราชวังแวร์ซาย (Chateau de Versailles) โดยสนามที่ใช้จัดการแข่งขันเป็นสนามชั่วคราวเพื่อให้รื้อถอนได้และประหยัดงบประมาณ

5.บรรจุกีฬาใหม่ลงการแข่งขัน
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนกีฬาห้ามพลาด คือการบรรจุ เบรกแดนซ์ (Breaking) ลงในการแข่งขัน โดยเบรกแดนซ์ คือ การเต้นแนวสตรีทผสมผสานแนวการเต้นสไตล์ฮิปฮอป ลักษณะการเต้นทรงพลัง มีความสร้างสรรค์ โดยแบ่งเป็นการแข่งขันประเภทชายและประเภทหญิง และมีท่าบังคับพื้นฐานที่ผู้เข้าแข่งขันต้องงัดลีลาออกมาโชว์ ซึ่งถือเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2024

นี่เป็นเพียงความพิเศษส่วนหนึ่งของการแข่งกันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงปารีส เพราะเชื่อว่าในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้านี้ ฝรั่งเศสน่าจะเพิ่มเติมความพิเศษเพื่อให้แฟนกีฬาได้มีส่วนร่วมและประทับใจในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งหน้าอย่างแน่นอน

ออกกำลังกายเป็นประจำเอาชนะโรคนอนไม่หลับได้

ตลอดปีที่ผ่านมาผู้คนหวาดวิตกกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบต่อการงาน การเงิน และการใช้ชีวิตอย่างวิตกกังวลในแต่ละวันทำให้มีโอกาสนอนไม่หลับเรื้อรัง การออกกำลังกายเล่นกีฬาเป็นประจำเป็นวิธีเอาชนะปัญหานอนไม่หลับได้ดีที่สุด หากเริ่มออกกำลังกายมากขึ้นจะช่วยให้หลับเร็วและหลับลึก เห็นผลจริงภายในเดือนเดียว ในทางการแพทย์อธิบายไว้ดังนี้

-การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพเทียบได้กับยานอนหลับ ถ้าลองออกกำลังเป็นประจำพบว่าใน 4 สัปดาห์ คนเราจะหลับเร็วขึ้น 15 นาที และหลับสนิทนานขึ้นเกือบ 20 นาที

-การออกกำลังกาย เล่นโยคะ หรือเล่นกีฬาทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น หลังจากนั้นอุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลงซึ่งเลียนแบบการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อนที่จะหลับสนิท อาการนี้จะส่งสัญญาณไปยังสมองสั่งการว่าถึงเวลานอนแล้วและร่างกายพร้อมที่จะนอนแล้ว

-การเล่นกีฬานอกจากจะแก้อาการนอนไม่หลับได้แล้ว ยังบรรเทาอาการวิตกกังวล เครียด และซึมเศร้าที่มักจะมาพร้อมกับการนอนไม่หลับด้วย การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญช่วยให้รับมือกับความวิตกกังวลที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีขึ้น

-การออกกำลังกายร่างกายปล่อยสารเอ็นดอร์ฟินทำให้รู้สึกดี สบายตัว ลดความเครียดและอาการซึมเศร้า ทำให้นอนหลับสบายง่ายและหลับสนิทขึ้น

-การออกกำลังกายปรับนาฬิกาชีวิตให้ทำให้รู้สึกเหนื่อยตอนกลางคืนและหลับเร็วขึ้น ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง ส่งผลทางด้านอารมณ์ช่วยต้านอาการซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ดี ผ่อนคลาย และนอนหลับสบายยิ่งขึ้น

การออกกำลังกายแบบไหนส่งผลต่อการนอนกลับดีที่สุด พบว่าการเล่นโยคะ ไทเก็ก ออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลาง หรือเดิน 500 ก้าวต่อสัปดาห์ เหมาะสำหรับคนนอนไม่หลับ ทั้งสองกิจกรรมช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย สบายตัวแล้วนอนหลับง่ายและหลับลึกด้วย หลังจากนอนหลับไปแล้วร่างกายจะฟื้นฟูตัวเอง นอนหลับนานและหลับลึกจะรู้สึกสดชื่นเมื่อตื่นนอน สำหรับคนที่คิดจะเริ่มออกกำลังกาย ไม่ควรหักโหมเกินไป เลือกกิจกรรมพอเหมาะเล่นกีฬาเป็นประจำสม่ำเสมอทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง ในทางกลับกันถ้าขาดการออกกำลังกาย ร่างกายเหนื่อยล้า และง่วงบ่อย นึกอยากออกกำลังกายก็ไม่มีกำลังวังชาแล้ว การอดนอนเรื้อรังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกาย

ในช่วงเวลาที่คนทั่วโลกกำลังต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 การเล่นกีฬาและออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคจนกว่าสถานการณ์จะรุนแรง การเล่นโยคะ แอโรบิก และไทเก๊ก ใช้พื้นที่น้อยและจำกัดความเสี่ยงจากการสัมผัสคนอื่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในยุคโควิด ความกังวลอาจอยู่ไปอีกนานหลายเดือน หรือหลายปี เราจึงควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดูแลตัวเองให้​แข็งแรงและห่างไกลจากเชื้อโรค

แนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาแต่ละประเภท ย่อมเผาผลาญไขมันได้ในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าการออกกำลังกายหรือกีฬาที่เล่นนี้เน้นการใช้พลังงานจากสัดส่วนใดของร่างกายเป็นหลัก นอกจากนี้ การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักยังต้องคำนึงถึงสรีระร่างกายของตัวเราเอง ว่าสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือไม่ เช่น หากเราเป็นคนมีน้ำหนักมากแล้วเลือกออกกำลังการโดยการ “วิ่ง” หรือเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนที่มาก ๆ เช่น ฟุตบอล ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายนั่นเอง

ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

1.ว่ายน้ำ
ถือเป็นกีฬายอดฮิตที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะการว่ายน้ำแค่ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 880 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่ากีฬาบนบกแทบทุกชนิด แม้จะเป็นคนที่มีน้ำหนักมาก ก็สามารถออกกำลังกายในสระว่ายน้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องเลือกสระที่มีผู้ดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

2.ปั่นจักรยาน
การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 500 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ไม่น่าเบื่อ เพราะทำให้เราได้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือบางคนก็ปั่นจักรยานกินลมชมวิวตามสวนสาธารณะ หรือริมทะเลสาบใหญ่ ๆ สร้างความเพลิดเพลินได้ตลอดระยะเวลาที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ การขี่จักรยานยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

3.กระโดดเชือก
การกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 600 – 1000 กิโลแคลอรี แถมยังสามารถออกกำลังกายได้เองที่บ้าน ขอเพียงแค่มีพื้นที่โล่งกว้างมากพอที่เชือกจะไม่ไปฟาดโดนสิ่งของเสียหาย แต่สำหรับใครที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีอาการข้อเท้า/ข้อเข่าเสื่อม ต้องหลีกเลี่ยงไปหาวิธีออกกำลังกายอย่างอื่นแทน เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บหนักได้นั่นเอง

4.เล่นเทควันโด
การเล่นเทควันโดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 900 กิโลแคลอรี โดยการเล่นเทควันโดแบบทั่วไปมักจะเป็นการฝึกเตะแบบไดนามิกบล็อก ซึ่งช่วยปรับการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความยืดหยุ่นและเผาผลาญไขมันในส่วนนั้นได้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้ทักษะการป้องกันตัวพื้นฐานติดตัวอีกด้วย

5.เล่นบาสเกตบอล
การเล่นบาสเกตบอล 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 700 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรงขึ้น แถมยังได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม เพราะบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทีมเวิร์กและความสามัคคี เพื่อหาจังหวะทำแต้มให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

6.เต้นแอโรบิก
การเต้นแอโรบิก 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ 399 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยเราสามารถเต้นแอโรบิกวันละ 20 นาที เพียงไม่กี่สัปดาห์ น้ำหนักก็จะลดลงแบบทันตาเห็น

7.ชกมวย
การออกกำลังกายด้วยการชกมวยเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 800 – 1100 กิโลแคลอรี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากที่สุดในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพราะการชกมวยต้องใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่ต้องหมายเหตุไว้สักหน่อยว่า จะต้องไม่ใช่การชกในห้องแอร์

กีฬา 7 ประเภทข้างต้น มีทั้งแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาตรฐาน ก่อนเลือกเล่นกีฬาใด ๆ จึงต้องประเมินความพร้อมของตนเองอยู่เสมอ และอย่าลืมการวอร์มอัปและคูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

การเดิน เป็นกีฬาหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร

การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่เรียบง่ายมากที่สุด เทรนเนอร์ออกกำลังกาย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึง WHO องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ก็ได้รณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาออกกำลังกายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินออกกำลังกาย เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี โดยมีโจทย์ให้ว่า ภายใน 1 สัปดาห์ คนเราควรออกกำลังกายหนักในระดับปานกลางให้ได้อย่างน้อย 150 นาที และออกกำลังกายด้วยความหนักระดับสูงประมาณ 75 นาทีขึ้นไป ในที่นี้ความหมายของระดับปานกลางในทางฟิตเนส หมายถึงภายหลังการทำกิจกรรมนั้น ๆ แล้ว เรายังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ก็มีข้อสงสัยกันอยู่ว่าการเดินเป็นกีฬาหรือไม่ คำตอบคือการเดินนั้นถือว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง เพราะนิยามของกีฬา คือ กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน สร้างทักษะการเคลื่อนไหวให้กับร่างกายให้มีความแข็งแรงและการมีสุขภาพดี มีการทรงตัวที่ดี การเดินเร็วทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรีเพิ่มขึ้นได้ และยังทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินได้เช่นเดียวกับการเล่นกีฬาชนิดอื่น

ดังนั้นวันนี้เราจะไปไขความกระจ่างพร้อม ๆ กันว่า เดินแล้วได้อะไร ทำไมใคร ๆ ถึงแนะนำให้เดินออกกำลังกาย

ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า การเดินอย่างต่อเนื่องเพียงวันละ 30 นาที อย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม และไม่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป เหมาะสำหรับ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอีกด้วย ซึ่งการเดินเพียงละ 30 นาที มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการเดินที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่าเดินแล้วได้อะไร มีดังต่อไปนี้

ประโยชน์ที่ได้จากการเดินอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาที

  • การเดินบ่อย ๆ และสม่ำเสมอเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูงลงได้
  • การเดินออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณ ขา น่องและสะโพกอีกด้วย
  • จากงานวิจัยพบว่า คนที่เดินออกกำลังกายวันละ 1 กิโลเมตรขึ้นไป จะมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
  • การเดินช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร และการขับถ่าย อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้กว่า 30 เปอร์เซนต์
  • ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของปอด ทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยรักษารูปร่างและทำให้อารมณ์แจ่มใส สดชื่น มีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
  • เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญดี ลดน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ผลดีโดยตรงคือการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

แม้ว่าการเดินอาจจะไม่เผาผลาญพลังงานได้มากเท่ากับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ก็เป็นทางเลือกในการรักษาสุขภาพที่ดี อีกทั้งไม่หักโหมร่างกายจนเกินไป แต่ข้อควรระวังก็มี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่าและข้อเท้า แนะนำว่าควรเลือกวิธีออกกำลังกายแบบอื่นที่เหมาะสมไปก่อน เช่น กายบริหารเฉพาะท่า ว่ายน้ำ หรือโยคะ เป็นต้น หรือใช้วิธีจำกัดระยะทางและเวลาในการเดิน

เทคนิคเล่นกีฬาสำหรับคนอ้วน เล่นอย่างไรให้ปลอดภัยกับร่างกาย

เชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบดีว่าการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงและทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสอดคล้อง แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นกีฬาอาจมีข้อเสีย โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และเพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย ลองมาดูกันว่าหนุ่มสาวร่างอวบควรเล่นกีฬาอย่างไรจึงจะได้ผลดีและปลอดภัยต่อร่างกาย

1.อบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ
ก่อนเริ่มต้นการออกกำลังกาย ให้ทำท่าบริหารเบา ๆ ทุกส่วนเพื่ออบอุ่นร่างกายประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายพร้อมเล่นกีฬาและยังป้องกันอาการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย

2.เริ่มต้นทีละเล็กน้อย ไม่หักโหม
การเล่นกีฬานับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนอ้วนที่ต้องการหันมาดูแลสุขภาพ แต่การเล่นกีฬาทุกชนิดก็มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหม โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มเล่นหรือสัปดาห์แรก ๆ แนะนำให้เล่นครั้งละ 20-30 นาที และสังเกตอาการร่วมไปด้วย หากไม่มีอาการหน้ามืดหรือบาดเจ็บ ก็ค่อยเพิ่มเวลาเล่นนานขึ้นไปตามลำดับ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหมเกินกำลัง เพราะนอกจากเพิ่มโอกาสการบาดเจ็บแล้ว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี

3.หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท
เนื่องจากคนอ้วนมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก จึงไม่เหมาะนักหากเลือกเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง ยกตัวอย่างกีฬาวิ่ง กระโดดเชือก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดแรงกระแทกที่เข่า ซึ่งหากเข่าไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้จะทำให้เกิดอาการเข่าเสื่อม สำหรับกีฬาที่แนะนำคือ กีฬาว่ายน้ำเนื่องจากไร้แรงกระแทก ไม่ส่งผลเสียต่อข้อเข่า ที่สำคัญยังได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วนอีกด้วย

4.สังเกตอาการระหว่างออกกำลังกาย
สำหรับหนุ่มสาวร่างอวบที่ไม่มีโรคประจำตัว สามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติ เพียงแต่ระหว่างเล่นกีฬาควรสังเกตอาการอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น บางรายอาจมีอาการหน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ซึ่งหากเกิดอาการเหล่านี้ระหว่างเล่นกีฬาควรหยุดทันที หากมีอาการบ่อย ๆ ควรพบแพทย์ แต่สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่ถูกต้องและปลอดภัย

จะเห็นว่าผู้ที่มีรูปร่างอวบอ้วนก็สามารถเล่นกีฬาได้ โดยมีเทคนิคง่าย ๆ เพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัยไร้กังวล โดยนอกจากการลดน้ำหนักด้วยการเล่นกีฬาแล้ว สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักมากนั้น แนะนำให้เล่นกีฬาควบคู่การคุมอาหาร โดยให้หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารคาร์โบไฮเดรตสูง และหันมารับประทานอาหารโปรตีนสูง ผัก ผลไม้ และธัญพืช รับรองได้เลยว่าหากควบคุมอาหารควบคู่กับการเล่นกีฬา ไขมันจะลดลง น้ำหนักลดลง และหากทำอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป จะเริ่มเห็นผลในทางที่ดีคือ รูปร่างกระชับขึ้น กระฉับกระเฉง สดชื่น ทำให้มีกำลังใจออกกำลังกายต่อไปจนเป็นนิสัยถาวร

แนะหลักเกณฑ์ 5 ข้อพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ

กีฬาเพื่อสุขภาพ ฟังชื่อก็บ่งบอกถึงความหมายอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นกีฬาที่แตกต่างจากกีฬาทั่วไป ดังนั้นกีฬาเพื่อสุขภาพจึงหมายถึง การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสุขภาพกายและใจ รวมถึงการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีอยู่แล้วให้แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ให้ทรุดโทรมลงไป นอกจากนี้ยังรวมถึงการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย หรือการออกกำลังกายเพื่อการรักษาโรคเฉพาะทางอีกด้วย

ปัจจุบัน กีฬาเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมกว้างขวาง เพราะมีวิธีฝึกที่หลากหลาย โดยใช้รูปแบบจากการออกกำลังกายเพื่อวอร์มอัพร่างกายของกีฬาบางประเภท รวมถึงท่ากายบริหาร และงานอดิเรกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มาดัดแปลงให้เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพได้ โดยในวันนี้เรามีหลักเกณฑ์ 5 ประการในการพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพมาแนะนำกัน

1.เป็นกีฬาที่มีการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย หรือการเตรียมพร้อมไปสู่การแข่งขัน เช่น ท่าทางในการชกมวย ท่าวิ่ง ท่ายกน้ำหนัก การทำกายบริหาร ฝึกชกกระสอบทราย และการชกลม ซึ่งเป็นการฝึกฝนสมรรถภาพทางร่างกายให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ

2.สามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การทำกายบริหารประจำวัน เพื่อยืดหยุ่นระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหายใจ และระบบการไหลเวียนโลหิต ในระยะยาวยังเป็นการเพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวร่างกายและมีพลานามัยที่แข็งแรงขึ้นด้วย

3.เกมส์และการละเล่นทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เน้นการออกแรง เช่น การเล่นลิงชิงบอล ตี่จับ วิ่งเปี้ยว ตะกร้อวง กลองยาว หรือ แม่งูเอ๋ย เป็นต้น การละเล่นพื้นบ้านเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในของร่างกายของคนเราแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดี เพราะความสนุกสนานจากเกมส์การละเล่นเกิดความสนุกสนาน สามัคคีกลมเกลียวในหมู่เยาวชนและครอบครัวในชุมชนอีกด้วย

4.การออกกำลังกาย ด้วยการฝึกฝนร่างกายภายในบ้านและฟิตเนสออกกำลังกาย เช่น การปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ การปั่นจักรยานอยู่ในสถานที่ออกกำลังกาย การกระโดดเชือก การวิ่งเหยาะ ๆ บนลู่วิ่งเพื่อออกกำลังกาย การว่ายน้ำ และแม้แต่การก้าวขึ้นลงบันไดตามจังหวะท่าบริหารร่างกาย เป็นต้น หากปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

5.การเต้นแอโรบิก โยคะ การเล่นเกมที่เกี่ยวกับการเต้น เล่นแบดมินตัน เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง กับแก๊งเพื่อน ๆ หรือครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง และพัฒนาทักษะการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก็จัดว่าเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากีฬาและการออกกำลังกายจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์มากกว่าโทษ แต่ก็ต้องไม่ประมาทและไม่เล่นหักโหมจนเกินไป จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การจะได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง

เสริมสร้างสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัย ด้วยกีฬาว่ายน้ำ

กีฬาคือกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง มีประโยชน์ทั้งต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ สร้างทักษะที่สำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย กีฬาแต่ละชนิดมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ กติกาการเล่น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ทำให้รู้สึกสนุกและมีประโยชน์ต่อร่างกายในระยะยาว

ทำไมเราจึงแนะนำกีฬาว่ายน้ำ

ต้องเข้าใจก่อนว่ากีฬาแต่ละประเภทก็เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย กีฬาบางอย่างก็มีแรงกระแทกสูงและใช้ร่างกายหนัก ๆ เช่น การวิ่ง เทนนิส หรือแบดมินตัน หรือกีฬาที่มีการปะทะบ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสเจ็บตัวง่ายอย่างฟุตบอล ซึ่งก็ไม่เหมาะกับทุกคน ดังนั้นการมองหากีฬาที่ใช่ที่สามารถจะเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ช่วยปรับสภาพร่างกายให้มีความยืดหยุ่นและมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น อย่างกีฬาว่ายน้ำ เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ดูแลองค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ของสมรรถภาพทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ความคล่องแคล่งว่องไว การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน สะบัก และขา การเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ สมรรถภาพปอดและความเร็วในการเคลื่อนไหว

ข้อดีของกีฬาว่ายน้ำคือ เราสามารถที่จะเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ เล่นได้หลากหลายสไตล์ หลากหลายท่าทาง สามารถกำหนดระยะทางในการว่ายน้ำได้ตามความต้องการและความพร้อมของร่างกาย ความพิเศษของกีฬาชนิดนี้ก็คือผลที่พลอยได้ที่เราได้จากออกกำลังกายในน้ำ ประการแรกก็คือความสดชื่นและรู้สึกผ่อนคลายจากที่ได้สัมผัสกับน้ำ อีกประการคือแรงกระแทกต่ำ ในส่วนของปัญหาที่หลาย ๆ คนเป็นกังวล ยกตัวอย่างเช่น อาการปวดตามข้อต่าง ๆ เช่น ในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม เมื่อเดินลงน้ำหนักที่พื้นจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น หลาย ๆ ชนิดกีฬาและการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ทำบนบก ไม่ได้มีแรงช่วยพยุงต่าง ๆ แต่ถ้าหากเราได้มีการเคลื่อนไหวในน้ำจะมีแรงช่วยพยุง ทำให้ผู้ที่มีอาการปวดเวลาลงน้ำหนักตามข้อต่อต่าง ๆ สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีอาการโรคข้อเสื่อม

การว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ร่างกายของเด็ก ๆ มีการยืดเหยียด เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคนก็จะได้รับสมรรถภาพปอดและกล้ามเนื้อที่ดีขึ้น การหายใจ การทำงานของหลอดเลือดและหัวใจก็จะมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ส่วนในวัยผู้สูงอายุนั้น กีฬาว่ายน้ำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการปวดจากท่าทางการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายบนบก

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาชนิดกีฬาที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ทุก ๆ คนในครอบครัว กีฬาว่ายน้ำคือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

ประวัติกีฬาว่ายน้ำสากลและไทย

กีฬาว่ายน้ำถือว่าเป็นกิจกรรมงานอดิเรกที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ เพราะการได้ออกกำลังกายในน้ำจะได้รับความเย็นสบายสดชื่น เหนื่อยน้อยกว่าการวิ่ง และเป็นที่รู้กันว่าสามารถบริหารร่างกายได้หลายส่วนพร้อมกัน

ที่มาของกีฬาว่ายน้ำนั้น กล่าวกันว่ามาจากการใช้ชีวิตของชาวกรีกและโรมันอยู่ในพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน เช่น แม่น้ำไนล์ ทำให้ต้องฝึกว่ายน้ำการตั้งแต่อายุน้อย ๆ จนมีทักษะติดตัวที่ใช้ในการเอาตัวรอดและประกอบอาชีพต่าง ๆ ด้วย หากคุณสงสัยว่าเขาว่ายน้ำด้วยท่าทางอย่างไร มีการบันทึกเป็นหลักฐานไว้ว่าเป็นท่าว่ายน้ำที่เรียกว่า Human Stroke มีท่าทางการขยับตัวคล้ายกับการว่ายท่ากบ เน้นเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัว แต่ไม่เน้นความรวดเร็วและสวยงาม

ต่อมาหลายสิบปีจึงมีการจัดการแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2416 ในประเทศอังกฤษ ที่เมืองลอนดอน โดยมีกติกากำหนดท่าว่ายน้ำในการแข่งขันสากล คือ การว่ายน้ำแบบฟรีสไตล์ โดยลักษณะท่าทาง คือ การยกแขนซ้ายขวาสลับกันเหนือน้ำ หรือที่เรียกว่าท่าว่ายน้ำแบบทรัดเจน Trudgen stroke

สำหรับคนไทยนั้น ก็มีการว่ายน้ำเป็นหนึ่งในทักษะการใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะสมัยก่อนที่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านจังหวัดต่าง ๆ มากมาย แต่การจัดการแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกในประเทศไทยนั้น เกิดภายหลังจากการที่กีฬาว่ายน้ำได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในประเภทกีฬาสากลของโอลิมปิกเมื่อปี พ.ศ. 2436 อยู่หลายสิบปี

โดยมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และได้การจดเป็นทะเบียนภายใต้กรมตำรวจในปี พ.ศ. 2512 โดยผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมว่ายน้ำคนแรกของไทย คือ พลเรือโท สวัสดิ์ ภูติอนันต์

หลังจากนั้น ทางสมาคมฯ ก็ได้สมัครเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติในปี พ.ศ. 2540 ทำให้ดำเนินกิจการสนับสนุนกีฬาประเภทนี้เรื่อยมา และได้รับเงินงบประมาณเพื่อการสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐาน ซึ่งใช้ในการแข่งขันกีฬาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2506 ด้วย และในภายหลัง สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทยอย่างในปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2548 เพื่อดูแลการจัดกิจกรรมการแข่งขันว่ายน้ำ รวมถึงกระโดดน้ำ กีฬาโปโลน้ำ และระบำใต้น้ำเพื่อความสวยงามด้วย

การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบันมีท่ามาตรฐานอยู่ 4 ท่า คือ ท่าฟรีสไตล์ กรรเชียง ท่ากบและผีเสื้อ ซึ่งระยะทางว่ายน้ำสั้นที่สุดที่มีการแข่งขัน คือ ระยะ 50 เมตร เพื่อแข่งขันความเร็วของการว่ายฟรีสไตล์ และระยะไกลที่สุดคือ 1,500 เมตรโดยใช้ท่าฟรีสไตล์เช่นกัน

นอกจากการว่ายน้ำเพื่อการแข่งขันเอารางวัลแล้ว เทรนด์การออกกำลังกายในน้ำยังนิยมมากขึ้น เพราะถูกใช้เป็นกิจกรรมบำบัดออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกเสื่อม และโรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อต่าง ๆ รวมถึงช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุได้ด้วย