แนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาแต่ละประเภท ย่อมเผาผลาญไขมันได้ในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าการออกกำลังกายหรือกีฬาที่เล่นนี้เน้นการใช้พลังงานจากสัดส่วนใดของร่างกายเป็นหลัก นอกจากนี้ การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักยังต้องคำนึงถึงสรีระร่างกายของตัวเราเอง ว่าสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือไม่ เช่น หากเราเป็นคนมีน้ำหนักมากแล้วเลือกออกกำลังการโดยการ “วิ่ง” หรือเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนที่มาก ๆ เช่น ฟุตบอล ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายนั่นเอง

ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

1.ว่ายน้ำ
ถือเป็นกีฬายอดฮิตที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะการว่ายน้ำแค่ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 880 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่ากีฬาบนบกแทบทุกชนิด แม้จะเป็นคนที่มีน้ำหนักมาก ก็สามารถออกกำลังกายในสระว่ายน้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องเลือกสระที่มีผู้ดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

2.ปั่นจักรยาน
การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 500 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ไม่น่าเบื่อ เพราะทำให้เราได้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือบางคนก็ปั่นจักรยานกินลมชมวิวตามสวนสาธารณะ หรือริมทะเลสาบใหญ่ ๆ สร้างความเพลิดเพลินได้ตลอดระยะเวลาที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ การขี่จักรยานยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

3.กระโดดเชือก
การกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 600 – 1000 กิโลแคลอรี แถมยังสามารถออกกำลังกายได้เองที่บ้าน ขอเพียงแค่มีพื้นที่โล่งกว้างมากพอที่เชือกจะไม่ไปฟาดโดนสิ่งของเสียหาย แต่สำหรับใครที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีอาการข้อเท้า/ข้อเข่าเสื่อม ต้องหลีกเลี่ยงไปหาวิธีออกกำลังกายอย่างอื่นแทน เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บหนักได้นั่นเอง

4.เล่นเทควันโด
การเล่นเทควันโดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 900 กิโลแคลอรี โดยการเล่นเทควันโดแบบทั่วไปมักจะเป็นการฝึกเตะแบบไดนามิกบล็อก ซึ่งช่วยปรับการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความยืดหยุ่นและเผาผลาญไขมันในส่วนนั้นได้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้ทักษะการป้องกันตัวพื้นฐานติดตัวอีกด้วย

5.เล่นบาสเกตบอล
การเล่นบาสเกตบอล 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 700 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรงขึ้น แถมยังได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม เพราะบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทีมเวิร์กและความสามัคคี เพื่อหาจังหวะทำแต้มให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

6.เต้นแอโรบิก
การเต้นแอโรบิก 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ 399 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยเราสามารถเต้นแอโรบิกวันละ 20 นาที เพียงไม่กี่สัปดาห์ น้ำหนักก็จะลดลงแบบทันตาเห็น

7.ชกมวย
การออกกำลังกายด้วยการชกมวยเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 800 – 1100 กิโลแคลอรี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากที่สุดในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพราะการชกมวยต้องใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่ต้องหมายเหตุไว้สักหน่อยว่า จะต้องไม่ใช่การชกในห้องแอร์

กีฬา 7 ประเภทข้างต้น มีทั้งแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาตรฐาน ก่อนเลือกเล่นกีฬาใด ๆ จึงต้องประเมินความพร้อมของตนเองอยู่เสมอ และอย่าลืมการวอร์มอัปและคูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

การเดิน เป็นกีฬาหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร

การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่เรียบง่ายมากที่สุด เทรนเนอร์ออกกำลังกาย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึง WHO องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ก็ได้รณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาออกกำลังกายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินออกกำลังกาย เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี โดยมีโจทย์ให้ว่า ภายใน 1 สัปดาห์ คนเราควรออกกำลังกายหนักในระดับปานกลางให้ได้อย่างน้อย 150 นาที และออกกำลังกายด้วยความหนักระดับสูงประมาณ 75 นาทีขึ้นไป ในที่นี้ความหมายของระดับปานกลางในทางฟิตเนส หมายถึงภายหลังการทำกิจกรรมนั้น ๆ แล้ว เรายังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ก็มีข้อสงสัยกันอยู่ว่าการเดินเป็นกีฬาหรือไม่ คำตอบคือการเดินนั้นถือว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง เพราะนิยามของกีฬา คือ กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน สร้างทักษะการเคลื่อนไหวให้กับร่างกายให้มีความแข็งแรงและการมีสุขภาพดี มีการทรงตัวที่ดี การเดินเร็วทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรีเพิ่มขึ้นได้ และยังทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินได้เช่นเดียวกับการเล่นกีฬาชนิดอื่น

ดังนั้นวันนี้เราจะไปไขความกระจ่างพร้อม ๆ กันว่า เดินแล้วได้อะไร ทำไมใคร ๆ ถึงแนะนำให้เดินออกกำลังกาย

ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า การเดินอย่างต่อเนื่องเพียงวันละ 30 นาที อย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม และไม่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป เหมาะสำหรับ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอีกด้วย ซึ่งการเดินเพียงละ 30 นาที มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการเดินที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่าเดินแล้วได้อะไร มีดังต่อไปนี้

ประโยชน์ที่ได้จากการเดินอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาที

  • การเดินบ่อย ๆ และสม่ำเสมอเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูงลงได้
  • การเดินออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณ ขา น่องและสะโพกอีกด้วย
  • จากงานวิจัยพบว่า คนที่เดินออกกำลังกายวันละ 1 กิโลเมตรขึ้นไป จะมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
  • การเดินช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร และการขับถ่าย อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้กว่า 30 เปอร์เซนต์
  • ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของปอด ทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยรักษารูปร่างและทำให้อารมณ์แจ่มใส สดชื่น มีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
  • เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญดี ลดน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ผลดีโดยตรงคือการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

แม้ว่าการเดินอาจจะไม่เผาผลาญพลังงานได้มากเท่ากับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ก็เป็นทางเลือกในการรักษาสุขภาพที่ดี อีกทั้งไม่หักโหมร่างกายจนเกินไป แต่ข้อควรระวังก็มี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่าและข้อเท้า แนะนำว่าควรเลือกวิธีออกกำลังกายแบบอื่นที่เหมาะสมไปก่อน เช่น กายบริหารเฉพาะท่า ว่ายน้ำ หรือโยคะ เป็นต้น หรือใช้วิธีจำกัดระยะทางและเวลาในการเดิน

เทคนิคเล่นกีฬาสำหรับคนอ้วน เล่นอย่างไรให้ปลอดภัยกับร่างกาย

เชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบดีว่าการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงและทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสอดคล้อง แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นกีฬาอาจมีข้อเสีย โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และเพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย ลองมาดูกันว่าหนุ่มสาวร่างอวบควรเล่นกีฬาอย่างไรจึงจะได้ผลดีและปลอดภัยต่อร่างกาย

1.อบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ
ก่อนเริ่มต้นการออกกำลังกาย ให้ทำท่าบริหารเบา ๆ ทุกส่วนเพื่ออบอุ่นร่างกายประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายพร้อมเล่นกีฬาและยังป้องกันอาการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย

2.เริ่มต้นทีละเล็กน้อย ไม่หักโหม
การเล่นกีฬานับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนอ้วนที่ต้องการหันมาดูแลสุขภาพ แต่การเล่นกีฬาทุกชนิดก็มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหม โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มเล่นหรือสัปดาห์แรก ๆ แนะนำให้เล่นครั้งละ 20-30 นาที และสังเกตอาการร่วมไปด้วย หากไม่มีอาการหน้ามืดหรือบาดเจ็บ ก็ค่อยเพิ่มเวลาเล่นนานขึ้นไปตามลำดับ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหมเกินกำลัง เพราะนอกจากเพิ่มโอกาสการบาดเจ็บแล้ว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี

3.หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท
เนื่องจากคนอ้วนมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก จึงไม่เหมาะนักหากเลือกเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง ยกตัวอย่างกีฬาวิ่ง กระโดดเชือก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดแรงกระแทกที่เข่า ซึ่งหากเข่าไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้จะทำให้เกิดอาการเข่าเสื่อม สำหรับกีฬาที่แนะนำคือ กีฬาว่ายน้ำเนื่องจากไร้แรงกระแทก ไม่ส่งผลเสียต่อข้อเข่า ที่สำคัญยังได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วนอีกด้วย

4.สังเกตอาการระหว่างออกกำลังกาย
สำหรับหนุ่มสาวร่างอวบที่ไม่มีโรคประจำตัว สามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติ เพียงแต่ระหว่างเล่นกีฬาควรสังเกตอาการอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น บางรายอาจมีอาการหน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ซึ่งหากเกิดอาการเหล่านี้ระหว่างเล่นกีฬาควรหยุดทันที หากมีอาการบ่อย ๆ ควรพบแพทย์ แต่สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่ถูกต้องและปลอดภัย

จะเห็นว่าผู้ที่มีรูปร่างอวบอ้วนก็สามารถเล่นกีฬาได้ โดยมีเทคนิคง่าย ๆ เพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัยไร้กังวล โดยนอกจากการลดน้ำหนักด้วยการเล่นกีฬาแล้ว สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักมากนั้น แนะนำให้เล่นกีฬาควบคู่การคุมอาหาร โดยให้หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารคาร์โบไฮเดรตสูง และหันมารับประทานอาหารโปรตีนสูง ผัก ผลไม้ และธัญพืช รับรองได้เลยว่าหากควบคุมอาหารควบคู่กับการเล่นกีฬา ไขมันจะลดลง น้ำหนักลดลง และหากทำอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป จะเริ่มเห็นผลในทางที่ดีคือ รูปร่างกระชับขึ้น กระฉับกระเฉง สดชื่น ทำให้มีกำลังใจออกกำลังกายต่อไปจนเป็นนิสัยถาวร

แนะหลักเกณฑ์ 5 ข้อพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ

กีฬาเพื่อสุขภาพ ฟังชื่อก็บ่งบอกถึงความหมายอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นกีฬาที่แตกต่างจากกีฬาทั่วไป ดังนั้นกีฬาเพื่อสุขภาพจึงหมายถึง การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสุขภาพกายและใจ รวมถึงการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีอยู่แล้วให้แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ให้ทรุดโทรมลงไป นอกจากนี้ยังรวมถึงการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย หรือการออกกำลังกายเพื่อการรักษาโรคเฉพาะทางอีกด้วย

ปัจจุบัน กีฬาเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมกว้างขวาง เพราะมีวิธีฝึกที่หลากหลาย โดยใช้รูปแบบจากการออกกำลังกายเพื่อวอร์มอัพร่างกายของกีฬาบางประเภท รวมถึงท่ากายบริหาร และงานอดิเรกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มาดัดแปลงให้เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพได้ โดยในวันนี้เรามีหลักเกณฑ์ 5 ประการในการพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพมาแนะนำกัน

1.เป็นกีฬาที่มีการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย หรือการเตรียมพร้อมไปสู่การแข่งขัน เช่น ท่าทางในการชกมวย ท่าวิ่ง ท่ายกน้ำหนัก การทำกายบริหาร ฝึกชกกระสอบทราย และการชกลม ซึ่งเป็นการฝึกฝนสมรรถภาพทางร่างกายให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ

2.สามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การทำกายบริหารประจำวัน เพื่อยืดหยุ่นระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหายใจ และระบบการไหลเวียนโลหิต ในระยะยาวยังเป็นการเพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวร่างกายและมีพลานามัยที่แข็งแรงขึ้นด้วย

3.เกมส์และการละเล่นทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เน้นการออกแรง เช่น การเล่นลิงชิงบอล ตี่จับ วิ่งเปี้ยว ตะกร้อวง กลองยาว หรือ แม่งูเอ๋ย เป็นต้น การละเล่นพื้นบ้านเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในของร่างกายของคนเราแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดี เพราะความสนุกสนานจากเกมส์การละเล่นเกิดความสนุกสนาน สามัคคีกลมเกลียวในหมู่เยาวชนและครอบครัวในชุมชนอีกด้วย

4.การออกกำลังกาย ด้วยการฝึกฝนร่างกายภายในบ้านและฟิตเนสออกกำลังกาย เช่น การปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ การปั่นจักรยานอยู่ในสถานที่ออกกำลังกาย การกระโดดเชือก การวิ่งเหยาะ ๆ บนลู่วิ่งเพื่อออกกำลังกาย การว่ายน้ำ และแม้แต่การก้าวขึ้นลงบันไดตามจังหวะท่าบริหารร่างกาย เป็นต้น หากปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

5.การเต้นแอโรบิก โยคะ การเล่นเกมที่เกี่ยวกับการเต้น เล่นแบดมินตัน เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง กับแก๊งเพื่อน ๆ หรือครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง และพัฒนาทักษะการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก็จัดว่าเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากีฬาและการออกกำลังกายจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์มากกว่าโทษ แต่ก็ต้องไม่ประมาทและไม่เล่นหักโหมจนเกินไป จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การจะได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง

เสริมสร้างสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัย ด้วยกีฬาว่ายน้ำ

กีฬาคือกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง มีประโยชน์ทั้งต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ สร้างทักษะที่สำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย กีฬาแต่ละชนิดมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ กติกาการเล่น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ทำให้รู้สึกสนุกและมีประโยชน์ต่อร่างกายในระยะยาว

ทำไมเราจึงแนะนำกีฬาว่ายน้ำ

ต้องเข้าใจก่อนว่ากีฬาแต่ละประเภทก็เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย กีฬาบางอย่างก็มีแรงกระแทกสูงและใช้ร่างกายหนัก ๆ เช่น การวิ่ง เทนนิส หรือแบดมินตัน หรือกีฬาที่มีการปะทะบ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสเจ็บตัวง่ายอย่างฟุตบอล ซึ่งก็ไม่เหมาะกับทุกคน ดังนั้นการมองหากีฬาที่ใช่ที่สามารถจะเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ช่วยปรับสภาพร่างกายให้มีความยืดหยุ่นและมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น อย่างกีฬาว่ายน้ำ เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ดูแลองค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ของสมรรถภาพทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ความคล่องแคล่งว่องไว การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน สะบัก และขา การเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ สมรรถภาพปอดและความเร็วในการเคลื่อนไหว

ข้อดีของกีฬาว่ายน้ำคือ เราสามารถที่จะเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ เล่นได้หลากหลายสไตล์ หลากหลายท่าทาง สามารถกำหนดระยะทางในการว่ายน้ำได้ตามความต้องการและความพร้อมของร่างกาย ความพิเศษของกีฬาชนิดนี้ก็คือผลที่พลอยได้ที่เราได้จากออกกำลังกายในน้ำ ประการแรกก็คือความสดชื่นและรู้สึกผ่อนคลายจากที่ได้สัมผัสกับน้ำ อีกประการคือแรงกระแทกต่ำ ในส่วนของปัญหาที่หลาย ๆ คนเป็นกังวล ยกตัวอย่างเช่น อาการปวดตามข้อต่าง ๆ เช่น ในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม เมื่อเดินลงน้ำหนักที่พื้นจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น หลาย ๆ ชนิดกีฬาและการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ทำบนบก ไม่ได้มีแรงช่วยพยุงต่าง ๆ แต่ถ้าหากเราได้มีการเคลื่อนไหวในน้ำจะมีแรงช่วยพยุง ทำให้ผู้ที่มีอาการปวดเวลาลงน้ำหนักตามข้อต่อต่าง ๆ สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีอาการโรคข้อเสื่อม

การว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ร่างกายของเด็ก ๆ มีการยืดเหยียด เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคนก็จะได้รับสมรรถภาพปอดและกล้ามเนื้อที่ดีขึ้น การหายใจ การทำงานของหลอดเลือดและหัวใจก็จะมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ส่วนในวัยผู้สูงอายุนั้น กีฬาว่ายน้ำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการปวดจากท่าทางการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายบนบก

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาชนิดกีฬาที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ทุก ๆ คนในครอบครัว กีฬาว่ายน้ำคือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

ประวัติกีฬาว่ายน้ำสากลและไทย

กีฬาว่ายน้ำถือว่าเป็นกิจกรรมงานอดิเรกที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ เพราะการได้ออกกำลังกายในน้ำจะได้รับความเย็นสบายสดชื่น เหนื่อยน้อยกว่าการวิ่ง และเป็นที่รู้กันว่าสามารถบริหารร่างกายได้หลายส่วนพร้อมกัน

ที่มาของกีฬาว่ายน้ำนั้น กล่าวกันว่ามาจากการใช้ชีวิตของชาวกรีกและโรมันอยู่ในพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน เช่น แม่น้ำไนล์ ทำให้ต้องฝึกว่ายน้ำการตั้งแต่อายุน้อย ๆ จนมีทักษะติดตัวที่ใช้ในการเอาตัวรอดและประกอบอาชีพต่าง ๆ ด้วย หากคุณสงสัยว่าเขาว่ายน้ำด้วยท่าทางอย่างไร มีการบันทึกเป็นหลักฐานไว้ว่าเป็นท่าว่ายน้ำที่เรียกว่า Human Stroke มีท่าทางการขยับตัวคล้ายกับการว่ายท่ากบ เน้นเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัว แต่ไม่เน้นความรวดเร็วและสวยงาม

ต่อมาหลายสิบปีจึงมีการจัดการแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2416 ในประเทศอังกฤษ ที่เมืองลอนดอน โดยมีกติกากำหนดท่าว่ายน้ำในการแข่งขันสากล คือ การว่ายน้ำแบบฟรีสไตล์ โดยลักษณะท่าทาง คือ การยกแขนซ้ายขวาสลับกันเหนือน้ำ หรือที่เรียกว่าท่าว่ายน้ำแบบทรัดเจน Trudgen stroke

สำหรับคนไทยนั้น ก็มีการว่ายน้ำเป็นหนึ่งในทักษะการใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะสมัยก่อนที่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านจังหวัดต่าง ๆ มากมาย แต่การจัดการแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกในประเทศไทยนั้น เกิดภายหลังจากการที่กีฬาว่ายน้ำได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในประเภทกีฬาสากลของโอลิมปิกเมื่อปี พ.ศ. 2436 อยู่หลายสิบปี

โดยมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และได้การจดเป็นทะเบียนภายใต้กรมตำรวจในปี พ.ศ. 2512 โดยผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมว่ายน้ำคนแรกของไทย คือ พลเรือโท สวัสดิ์ ภูติอนันต์

หลังจากนั้น ทางสมาคมฯ ก็ได้สมัครเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติในปี พ.ศ. 2540 ทำให้ดำเนินกิจการสนับสนุนกีฬาประเภทนี้เรื่อยมา และได้รับเงินงบประมาณเพื่อการสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐาน ซึ่งใช้ในการแข่งขันกีฬาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2506 ด้วย และในภายหลัง สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทยอย่างในปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2548 เพื่อดูแลการจัดกิจกรรมการแข่งขันว่ายน้ำ รวมถึงกระโดดน้ำ กีฬาโปโลน้ำ และระบำใต้น้ำเพื่อความสวยงามด้วย

การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบันมีท่ามาตรฐานอยู่ 4 ท่า คือ ท่าฟรีสไตล์ กรรเชียง ท่ากบและผีเสื้อ ซึ่งระยะทางว่ายน้ำสั้นที่สุดที่มีการแข่งขัน คือ ระยะ 50 เมตร เพื่อแข่งขันความเร็วของการว่ายฟรีสไตล์ และระยะไกลที่สุดคือ 1,500 เมตรโดยใช้ท่าฟรีสไตล์เช่นกัน

นอกจากการว่ายน้ำเพื่อการแข่งขันเอารางวัลแล้ว เทรนด์การออกกำลังกายในน้ำยังนิยมมากขึ้น เพราะถูกใช้เป็นกิจกรรมบำบัดออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกเสื่อม และโรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อต่าง ๆ รวมถึงช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุได้ด้วย

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามีอะไรบ้าง

การเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่แจ่มใสสดชื่น ทำให้การทำงานในแต่ละวันกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น แต่ก็มีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกีฬาได้ด้วยเช่นกัน หากประมาทหรือไม่เตรียมพร้อมร่างกายให้ดีพอ

โดยทั่วไปทางการแพทย์แบ่งอาการบาดเจ็บจากกีฬาได้เป็น 2 อย่างคือ การบาดเจ็บแบบเฉียบพลันรุนแรงด้วยอุบัติเหตุ กับการบาดเจ็บแบบเรื้อรังจากการใช้อวัยวะบางส่วนมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังแบ่งการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้เป็น 4 ระดับ คือ

1.การบาดเจ็บระดับเล็กน้อย
เช่น เป็นตะคริวในระหว่างการว่ายน้ำ หรือเป็นตะคริวขณะวิ่ง ซึ่งเกิดจากการขาดเกลือแร่โพแทสเซียมและแมกนีเซียม และจากการวอร์มอัพเตรียมพร้อมร่างกายโดยใช้ระยะเวลาน้อยเกินไป

2.การบาดเจ็บระดับปานกลาง
เช่น เส้นเอ็นอักเสบ การบวมที่ข้อเท้า ทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อมีการขยับ หากเกิดในระหว่างการแข่งขันแล้วฝืนเล่นต่อ ก็อาจยกระดับความรุนแรงเป็นขั้นที่สามได้ สาเหตุอาจมาจากการลงน้ำหนักเท้า องศาการขยับที่ผิดพลาดในระหว่างการออกกำลังกายท่าทางต่าง ๆ

3.การบาดเจ็บอย่างรุนแรง
เช่น กระดูกแตกหัก ข้อต่อไหล่หลุด มักเกิดในกีฬาที่เสี่ยงต่อการปะทะ เช่น รักบี้ ขับรถแข่ง เทควันโด ยิมนาสติก ฯลฯ ซึ่งต้องรีบหยุดการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น และรีบทำการเอ็กซเรย์เพื่อตรวจสอบระดับความเสียหายก่อนรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

4.การบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต
เช่น มีเลือดออกในสมองอย่างในกีฬาชกมวย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แต่ฝืนออกกำลังกายมากเกินไป หรือไม่สามารถเผชิญกับสภาพอากาศที่ผิดปกติ เช่น การวิ่งในระยะมาราธอน หรืออัลตร้ามาราธอน การปีนเขาสูง ฯลฯ เกิดได้ทั้งจากอุบัติเหตุและขาดการเตรียมพร้อมร่างกายอย่างเหมาะสม

ในเบื้องต้น หากตัวคุณเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการบาดเจ็บจากกีฬา อย่าตระหนกตกใจ ต้องรีบตั้งสติแล้วทำการปฐมพยาบาล หากมีแผลให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วห้ามเลือดแล้วใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดฉีกเป็นแถบยาวพันห้ามเลือด และประสานกับหน่วยกู้ภัยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

ในกรณีที่มีการบาดเจ็บบริเวณลำคอและศีรษะ หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยประคองให้ศีรษะอยู่ในตำแหน่งตรงเสมอ มิเช่นนั้นอาจจะทำให้เส้นเอ็นและเส้นประสาทขาดจากกัน เป็นอันตรายถึงขั้นอัมพฤกษ์อัมพาตหรือเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ยังต้องระวังไม่ให้อาหารน้ำหรืออาหารแก่ผู้ที่บาดเจ็บบริเวณช่วงท้อง และห้ามให้ยาแก้ปวดแก่ผู้ที่บาดเจ็บบริเวณศีรษะเพราะอาจบดบังอาการ ทำให้แพทย์ประเมินความรุนแรงผิดได้

จะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ จำเป็นจะต้องระมัดระวังตัวเองด้วยการเตรียมพร้อมร่างกายอย่างเหมาะสม ออกกำลังกายแต่เพียงพอดีตามสมรรถนะร่างกาย ยึดหลักความไม่ประมาทอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้

เกมคลาสสิกแห่งทัพ “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์

ทีมชาติฮอลแลนด์ คืออีก 1 ชาติจาก EU ที่ครองใจแฟนบอลมาหลายต่อหลายรุ่น เพราะด้วยภาพลักษณ์ของทีมชาตินี้ที่มีนักเตะระดับโคตรสตาร์ดังอยู่ในทีมมากมายมาแทบจะทุกยุค แถมยังเป็นทีมชาติที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก ต่อบอลเท้าสู่เท้าสวยงาม ยิงเป็นยิง เน้นเอ็นเตอร์เทนคนดูเป็นอย่างมาก แต่มันน่าเสียดายเหลือเกินที่ว่าทีมชาติฮอลแลนด์ ประสบความสำเร็จเพียงแค่การคว้าตำแหน่งแชมป์ยูโร 1988 มาครองได้เท่านั้น ส่วนในเรื่องฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มันเหมือนกับว่าพวกเขาเจอแรงอาถรรพ์ที่น่ากลัวเข้าครอบงำเลยทีเดียว เพราะพวกเขามีโอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 3 ครั้งเลยทีเดียว แต่มันก็จบด้วยการคว้าแค่เพียง “รองแชมป์โลก” มันทั้ง 2 สมัยนั่นเอง

แต่ถึงยังไงก็ตาม วันนี้เราจะมาดูกันว่า การแข่งขันนัดสุดคลาสสิกที่ทีมชาติฮอลแลนด์เคยเผชิญมานั้น โดยเฉพาะกับในนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลระดับเมเจอร์ที่แฟนบอลเลือดดัตช์ไม่เคยลืมเลือนเลย มันคือนัดไหนบ้าง เราจะมาชมกัน

ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ 1974

นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1974 ได้เริ่มแข่งขันที่ประเทศเยอรมัน และในทัวร์นาเมนต์นี้ ชาติไหนทีได้แชมป์โลกไปครอง ก็จะได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์โลกแบบใหม่ ไฉไลกว่าเดิมนั่นก็คือถ้วย “ฟีฟ่า เวิลด์คัพ” ที่ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นมาแทนที่ถ้วย “จูลล์ ริเมต์” ที่ได้มอบให้กับทีมชาติบราซิลไปครองเป็นกรรมสิทธ์แต่เพียงผู้เดียวแล้วหลังจากที่พวกเขาได้แชมป์โลกครบ 3 สมัย เกมนัดชิงชนะเลิศนัดดังกล่าว เยอรมันที่เป็นเจ้าภาพก็นำทัพมาโดยตัวของ ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ ลิเบอโรลือชื่อที่เป็นกัปตันทีม , แกร์ด มุลเลอร์ โคตรดาวยิงเจ้าของฉายา “แดร์ บ็อมบ์เบอร์” , เซปป์ ไมเออร์ ยอดผู้รักษาประตูของทีม , ไรเนอร์ บอนฮอฟ จอมทัพจากทีมสิงห์หนุ่มที่ยิงได้หนักหน่วง , โวล์ฟกัง โอเวอร์ราธ มิดฟิลด์ซ้ายมันสมองของทีม และยังรวมถึงสตาร์นักเตะอีกมากมายที่เยอรมันตะวันตกภูมิใจเป็นอย่างมาก

ส่วนทางฝั่งของ ฮอลแลนด์ พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดด้วยระบบการเล่น “โททัลฟุตบอล” นำทัพมาโดย โยฮัน ครัฟฟ์ กองหน้าสไตล์ “ฟอลส์ไนน์” ที่เป็นกัปตันทีม , ร็อบ เรนเซมบริงค์ , จอห์นนี่ เรป , โยฮัน นีสเก้น , รุด ครอล และเหล่าสตาร์ฝีเท้าจัดอีกหลายคนที่พร้อมจะกระซวกประตูของเยอรมัน และหลังจากที่ต่อบอลสั้นอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่เยอรมันไม่เจอบอลนั้น ครัฟฟ์ ก็โดนทำฟาล์วในเขตโทษจนทีมชาติเยอรมันเสียจุดโทษ แล้วก็เป็นตัวของ นีสเก้น ที่ยิงเข้าไปให้ฮอลแลนด์ออกนำ 1-0

แต่ทว่าเยอรมันยังสวมบทคนเหล็กหัวใจสิงห์สุดๆ เมื่อพวกเขามาได้จุดโทษบ้าง แล้วก็เป็น พอล ไบรท์เนอร์ “แดร์ อัฟโฟร์” ที่ยิงเข้าไปให้เยอรมันตีเสมอเป็น 1-1 และจากนั้นก่อนหมดเวลาครึ่งแรก บอนฮอฟ ได้จ่ายบอลให้ มุลเลอร์ กลับตัวยิงในเขตโทษเข้าไป ทำให้นั่นกลายเป็นประตูชัยของเยอรมันตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก เพราะในช่วงครึ่งหลังนั้น ฮอลแลนด์รุมยิงเยอรมันเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านมือของ ไมเออร์ ไปได้เลย จนสุดท้ายนั้น เยอรมันก็คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครอง ฮอลแลนด์แม้ว่าจะได้รองแชมป์โลก แต่พวกเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมที่เล่นได้สุดยอดมากกว่าทุกทีมในทัวร์นาเมนต์ 1974 เลยทีเดียว หากคุณได้เปิดบิลแทงราคาพูลในเว็บ HERO88 เอาไว้โดยเชียร์ฮอลแลนด์ แม้พลาดเป้าแต่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ฟุตบอลยูโร 1988 นัดชิงชนะเลิศ

นี่คือการแข่งขันที่เรียกว่าเป็นการแก้แค้นอย่างชัดเจนเลยทีเดียว เพราะว่าในรอบแบ่งกลุ่มของยูโร 1988 ฮอลแลนด์ที่สภาพทีมยังไม่สมบูรณ์เพราะต้องรอเช็คความฟิตของ มาร์โก ฟาน บาสเท่น ดาวยิงตัวเก่งของสโมสร มันเลยทำให้ รุด กุลลิท กัปตันทีมชาติฮอลแลนด์ชุดนี้ ต้องรับบทกองหน้าตัวหลักไปก่อน และในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ฮอลแลนด์พ่ายแพ้ให้กับทีมชาติโซเวียต 1-0 แบบช็อกโลก … แต่ในเกมต่อมา ฟาน บาสเท่น ที่ความฟิตกลับมาเป็นปกติแล้ว เขาก็จัดการยิงแฮททริกใส่อังกฤษ และยังพาทีมล่าประตูจนผ่านมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ และคู่ต่อสู้ของพวกเขาในรอบชิงชนะเลิศก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นั่นก็คือ “ทีมชาติโซเวียต” ที่ฮอลแลนด์แพ้มาก่อนในรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกนั่นเอง

แต่ว่าในเกมนี้ ฮอลแลนด์ ได้กองหน้าที่กำลังพีคลงสนามถึง 2 คนเลยทีเดียว และคนที่เบิกสกอร์แรกก็คือ รุด กุลลิท ที่พังประตูให้กับทีมได้ก่อน 1-0 หลังจากนั้น ฮอลแลนด์ มาได้ประตูย้ำชัยชนะจากการที่ อาร์โนลด์ มูห์เรน “ซ้ายเทวดา” ที่โชว์การวางบอลด้วยซ้ายชั่งทองไปยังเสาไกลให้ตัวของ ฟาน บาสเท่น ยิงฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลพุ่งวาบข้ามหัว ไรนาท ดาซาเยฟ มือกาวของโซเวียต และบอลก็มุดลงเสียบเสาไกลจากสุดสวย มันคือลูกยิงใบไม้ร่วงอันลือชื่อของ ฟาน บาสเท่น

2 ประตูที่ กุลลิท กับ ฟาน บาสเท่น ยิงให้กับทีมในครั้งนั้น มันคือการทำให้ ฮอลแลนด์ คว้าแชมป์ยูโร 1988 ไปครอง และนั่นก็คือการคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์เพียงรายการเดียวของพวกเขาที่คว้ามาได้ ผ่านมา 30 กว่าปีนั้น ฮอลแลนด์ ก็ยังไม่เคยเฉียดใกล้กับการคว้าแชมป์ยูโรรายการนี้อีกเลย

วิถีใหม่ สำหรับนักกีฬายุคโควิด-19

ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือ โควิด-19 วงการกีฬาก็เป็นอีกสาขาอาชีพหนึ่งที่ได้รับผลกระทบและไม่รู้ว่าจะได้กลับไปสู่บรรยากาศของความสนุกสนานในการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้เหมือนเดิมอีกเมื่อไร แต่ที่แน่ ๆ คือการนำแนวทางการปฏิบัติแบบ New Normal หรือความปกติวิถีใหม่มาปรับใช้เพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้กับนักกีฬาและบรรดาแฟน ๆ ที่มาเข้าชมการแข่งขันหรือถ่ายทอดสดในสนามและพื้นที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนภายในประเทศไทยได้มีการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมอบรมเสวนา และหารือทางออกให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพอจะสรุปแนวโน้มความน่าจะเป็นในการปฏิบัติวิถีใหม่ของนักกีฬาไทยในยุคโควิด เป็น 3 แนวทางดังนี้

  1. ระยะห่างของผู้คน ในกิจกรรมการแข่งขันวิ่งหรือปั่นจักรยานแต่ละครั้ง ทั้งผู้จัดและนักกีฬา ต้องคำนึงถึงความหนาแน่นของจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับขนาดของพื้นที่จัดกิจกรรม และหากตรวจสอบพบผู้มีความเสี่ยง เช่น อุณภูมิร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ให้สิทธิ์นักกีฬายกเลิกกิจกรรมนั้นได้ทันที
  2. ตรวจร่างกายและประกันความเสี่ยง นักกีฬาควรได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ มีการทำประกันภัยโควิดและอุบัติเหตุเอาไว้ เมื่อเข้าสู่พื้นที่จัดกิจกรรมต้องแสดงใบรับรองแพทย์ พร้อมทั้งใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานเหมาะสมสำหรับการเล่นกีฬาประเภทนั้น ๆ ตามที่เจ้าของกิจกรรมจัดเตรียมไว้ ควรรักษาความสะอาดด้วยการล้างมือหรืออาบน้ำในบริเวณที่จัดไว้ให้ และไม่เดินทางไปในที่ชุมชนหนาแน่นหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  3. คัดกรองผู้เข้าร่วมงาน ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่และจุดคัดกรองอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งลงทะเบียนเข้า-ออก ทางเว็บไซต์หรือแอปไทยชนะ และในอนาคตอาจมีการนำแอปพลิเคชันในการส่งเสียงเชียร์ และแนะนำการฝึกซ้อมฯลฯ มาใช้เหมือนในต่างประเทศ เป็นต้น

บางประเทศได้ผ่อนปรนให้มีการแข่งขันโดยรักษาความปลอดภัยของนักกีฬาอย่างเคร่งครัด เช่น กีฬาฟุตบอล มีการตรวจคัดกรองและทำความสะอาดพื้นที่ส่วนตัวของนักกีฬาอย่างเข้มงวด และใช้ภาพ CG แฟนฟุตบอลในสนาม และเทคนิคซาวด์เอฟเฟ็คเสียงเชียร์ประกอบการแข่งขัน เพื่อให้ดูสมจริงเมื่อถูกนำเสนอเป็นข่าวในสถานีโทรทัศน์และรายการวิทยุ โดยสถานีโทรทัศน์ที่นำวิธีนี้มาใช้ได้แก่ Fox สถานีโทรทัศน์กีฬาชื่อดังระดับโลก รวมถึงในเยอรมนีได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เรียกว่า myApplause มาให้แฟนฟุตบอลได้ใช้ในขณะเชียร์ฟุตบอลแทนการตะโกนและส่งเสียงจริง โดยเริ่มทดลองใช้ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาครั้งที่ผ่านมา โดยแฟนฟุตบอลสามารถเลือกการส่งเสียงเชียร์, ปรบมือ, ร้องเพลง หรือเป่าปาก หรือโห่ร้อง ได้ในขณะช่วงอารมณ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบหน้ากากสำหรับนักกีฬาฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก ชื่อว่า Altitude Mask N9 ซึ่งทำมาจากซิลิโคน มีพิลเตอร์กรองอากาศที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ พร้อมวาล์วปิดเปิดได้ 6 ระดับ ช่วยให้นักกีฬาหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้นทั้งในขณะฝึกซ้อมและแข่งขัน

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่หลายฝ่ายพร้อมใจกันก้าวข้ามพรมแดนอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยการคิดค้นและพัฒนาเครื่องมือในการใช้งาน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ผ่านไป วงการกีฬาก็จะได้ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งนับเป็นชีวิตวิถีใหม่สำหรับนักกีฬาในยุคโควิด-19 อย่างแท้จริง

กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษจริงหรือ ?

ความไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ แม้จะมีเงินทองมากมายมหาศาลเพียงใดก็ไม่อาจซื้อสุขภาพดีให้อยู่กับเราได้อย่างถาวร แต่เชื่อหรือไม่ว่า สุขภาพดีนั้นเราทุกคนสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยตัวเราเอง อาจเป็นเพราะปัจจัยแวดล้อมหลายประการอันเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งโรคระบาดร้ายแรงมากมายหลายชนิดที่ยากจะหาวัคซีนหรือหยูกยามารักษาป้องกัน ยิ่งช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้เราตระหนักถึงการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และหันมาใส่ใจเรื่องของการรักษาความสะอาด และหาแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ชวนให้นึกย้อนถึงภาพการออกกำลังกายที่หน้าเสาธงในโรงเรียนประถมศึกษา …กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน วรรคทองเพลง กราวกีฬา ซึ่งประพันธ์คำร้องโดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ที่พวกเราจดจำได้อย่างขึ้นใจ

ในปัจจุบันคนไทยเริ่มใส่ใจการออกกำลังกายมากขึ้น เห็นได้จากกิจกรรมมากมายที่กำลังอยู่ในกระแสความนิยม เช่น กิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ว่ายน้ำ ฯลฯ รวมถึงสถานที่ออกกำลังกายซึ่งทยอยเปิดตัว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวชาวออฟฟิศและผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่จัดสรรเวลาว่างชวนกันมาออกกำลังเพื่อสุขภาพดีกันอย่างถ้วนหน้า ควบคู่ไปกับเสริมสร้างความสามัคคีขึ้นภายในองค์กร เพราะทุกคนเชื่อว่า การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ คือยาอายุวัฒนะ ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก ที่รณรงค์ส่งเสริมให้ชาวโลกลุกขึ้นมาออกกำลังอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉลี่ยควรออกกำลังกายให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์หากเป็นแบบไม่ใช้แรงมาก เช่น การเดิน การเดินเร็ว แต่ถ้าเป็นกีฬาที่ใช้แรงมาก เช่น เทนนิส ฟุตบอล วิ่ง ก็ออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 75 นาที เป็นต้น ต้องดูสถิติจะพบว่า ไม่ว่านักกีฬาบาสเกตบอล กรีฑา วอลเล่ กีกลุ่มฟุตบอลซึ่งมีแฟนคลับเยอะสุด นักกีฬาส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการป่วยเรื่อยสุขภาพเลย ลองเปลี่ยนจากการเปิดมือถือดู บ้านผลบอล ทีเด็ดบอลรายวันที่เคยทำเป็นวิ่งเป็นลู่ไฟฟ้าระหว่างดูบอลออลไลน์สิ ร่างกายเราอาจแข็งแรงขึ้นไม่น้อยหน้านักกีฬาที่ลงสนามอยู่เลยล่ะ

ดูข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ประกอบ

หากมองเหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ “การเล่นกีฬา” มีนัยสำคัญอยู่ที่การขยับเขยื้อนอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งการออกแรงอย่างต่อเนื่องนี้จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และสูบฉีดโลหิตไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้อวัยวะและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าออกกำลังกายอย่างเดียว ได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งระบบการไหลเวียนโลหิต, กระดูกและข้อต่อส่วนต่าง ๆ อีกทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย และผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลบางช่วงบางตอนที่ได้อ่านพบจากงานเขียนของ ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 18 ฉบับที่ 214 ก.พ. 2540 กล่าวไว้ว่า “ตามธรรมชาติร่างกายจะมีกลไกการหลั่งสารที่ให้ความสุขออกมาอยู่ตลอดเวลา สารสุขคือเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) …เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถทำให้เอ็นดอร์ฟิน หลั่งออกมาได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. การออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังต่อเนื่องนานพอสมควร เช่น ประมาณ 20 นาทีขึ้นไป เอ็นดอร์ฟิน จะออกมามาก ทำให้มีความสดชื่นสบายเนื้อสบายตัว…” เป็นต้น

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะชอบเล่นกีฬาแบบไหน หรือออกกำลังกายด้วยวิธีใด สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องตามความเหมาะสมของกีฬาประเภทนั้น ๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนกีฬาให้กลายเป็นยาวิเศษได้สมความตั้งใจ