แนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาแต่ละประเภท ย่อมเผาผลาญไขมันได้ในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าการออกกำลังกายหรือกีฬาที่เล่นนี้เน้นการใช้พลังงานจากสัดส่วนใดของร่างกายเป็นหลัก นอกจากนี้ การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักยังต้องคำนึงถึงสรีระร่างกายของตัวเราเอง ว่าสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือไม่ เช่น หากเราเป็นคนมีน้ำหนักมากแล้วเลือกออกกำลังการโดยการ “วิ่ง” หรือเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนที่มาก ๆ เช่น ฟุตบอล ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายนั่นเอง

ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 กีฬาเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักได้ทันตา

1.ว่ายน้ำ
ถือเป็นกีฬายอดฮิตที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะการว่ายน้ำแค่ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 880 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่ากีฬาบนบกแทบทุกชนิด แม้จะเป็นคนที่มีน้ำหนักมาก ก็สามารถออกกำลังกายในสระว่ายน้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องเลือกสระที่มีผู้ดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

2.ปั่นจักรยาน
การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 500 กิโลแคลอรี แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่ไม่น่าเบื่อ เพราะทำให้เราได้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือบางคนก็ปั่นจักรยานกินลมชมวิวตามสวนสาธารณะ หรือริมทะเลสาบใหญ่ ๆ สร้างความเพลิดเพลินได้ตลอดระยะเวลาที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ การขี่จักรยานยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

3.กระโดดเชือก
การกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 600 – 1000 กิโลแคลอรี แถมยังสามารถออกกำลังกายได้เองที่บ้าน ขอเพียงแค่มีพื้นที่โล่งกว้างมากพอที่เชือกจะไม่ไปฟาดโดนสิ่งของเสียหาย แต่สำหรับใครที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีอาการข้อเท้า/ข้อเข่าเสื่อม ต้องหลีกเลี่ยงไปหาวิธีออกกำลังกายอย่างอื่นแทน เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บหนักได้นั่นเอง

4.เล่นเทควันโด
การเล่นเทควันโดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 900 กิโลแคลอรี โดยการเล่นเทควันโดแบบทั่วไปมักจะเป็นการฝึกเตะแบบไดนามิกบล็อก ซึ่งช่วยปรับการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความยืดหยุ่นและเผาผลาญไขมันในส่วนนั้นได้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้ทักษะการป้องกันตัวพื้นฐานติดตัวอีกด้วย

5.เล่นบาสเกตบอล
การเล่นบาสเกตบอล 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 700 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรงขึ้น แถมยังได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม เพราะบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทีมเวิร์กและความสามัคคี เพื่อหาจังหวะทำแต้มให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

6.เต้นแอโรบิก
การเต้นแอโรบิก 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ 399 กิโลแคลอรี พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยเราสามารถเต้นแอโรบิกวันละ 20 นาที เพียงไม่กี่สัปดาห์ น้ำหนักก็จะลดลงแบบทันตาเห็น

7.ชกมวย
การออกกำลังกายด้วยการชกมวยเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 800 – 1100 กิโลแคลอรี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากที่สุดในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพราะการชกมวยต้องใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่ต้องหมายเหตุไว้สักหน่อยว่า จะต้องไม่ใช่การชกในห้องแอร์

กีฬา 7 ประเภทข้างต้น มีทั้งแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และแบบที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักมาตรฐาน ก่อนเลือกเล่นกีฬาใด ๆ จึงต้องประเมินความพร้อมของตนเองอยู่เสมอ และอย่าลืมการวอร์มอัปและคูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

การเดิน เป็นกีฬาหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร

การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่เรียบง่ายมากที่สุด เทรนเนอร์ออกกำลังกาย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึง WHO องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ก็ได้รณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาออกกำลังกายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินออกกำลังกาย เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี โดยมีโจทย์ให้ว่า ภายใน 1 สัปดาห์ คนเราควรออกกำลังกายหนักในระดับปานกลางให้ได้อย่างน้อย 150 นาที และออกกำลังกายด้วยความหนักระดับสูงประมาณ 75 นาทีขึ้นไป ในที่นี้ความหมายของระดับปานกลางในทางฟิตเนส หมายถึงภายหลังการทำกิจกรรมนั้น ๆ แล้ว เรายังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ก็มีข้อสงสัยกันอยู่ว่าการเดินเป็นกีฬาหรือไม่ คำตอบคือการเดินนั้นถือว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง เพราะนิยามของกีฬา คือ กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน สร้างทักษะการเคลื่อนไหวให้กับร่างกายให้มีความแข็งแรงและการมีสุขภาพดี มีการทรงตัวที่ดี การเดินเร็วทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรีเพิ่มขึ้นได้ และยังทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินได้เช่นเดียวกับการเล่นกีฬาชนิดอื่น

ดังนั้นวันนี้เราจะไปไขความกระจ่างพร้อม ๆ กันว่า เดินแล้วได้อะไร ทำไมใคร ๆ ถึงแนะนำให้เดินออกกำลังกาย

ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า การเดินอย่างต่อเนื่องเพียงวันละ 30 นาที อย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม และไม่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป เหมาะสำหรับ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอีกด้วย ซึ่งการเดินเพียงละ 30 นาที มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการเดินที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่าเดินแล้วได้อะไร มีดังต่อไปนี้

ประโยชน์ที่ได้จากการเดินอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาที

  • การเดินบ่อย ๆ และสม่ำเสมอเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูงลงได้
  • การเดินออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณ ขา น่องและสะโพกอีกด้วย
  • จากงานวิจัยพบว่า คนที่เดินออกกำลังกายวันละ 1 กิโลเมตรขึ้นไป จะมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
  • การเดินช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร และการขับถ่าย อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้กว่า 30 เปอร์เซนต์
  • ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของปอด ทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยรักษารูปร่างและทำให้อารมณ์แจ่มใส สดชื่น มีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
  • เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญดี ลดน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ผลดีโดยตรงคือการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

แม้ว่าการเดินอาจจะไม่เผาผลาญพลังงานได้มากเท่ากับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ก็เป็นทางเลือกในการรักษาสุขภาพที่ดี อีกทั้งไม่หักโหมร่างกายจนเกินไป แต่ข้อควรระวังก็มี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่าและข้อเท้า แนะนำว่าควรเลือกวิธีออกกำลังกายแบบอื่นที่เหมาะสมไปก่อน เช่น กายบริหารเฉพาะท่า ว่ายน้ำ หรือโยคะ เป็นต้น หรือใช้วิธีจำกัดระยะทางและเวลาในการเดิน

เทคนิคเล่นกีฬาสำหรับคนอ้วน เล่นอย่างไรให้ปลอดภัยกับร่างกาย

เชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบดีว่าการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงและทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสอดคล้อง แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นกีฬาอาจมีข้อเสีย โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และเพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย ลองมาดูกันว่าหนุ่มสาวร่างอวบควรเล่นกีฬาอย่างไรจึงจะได้ผลดีและปลอดภัยต่อร่างกาย

1.อบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ
ก่อนเริ่มต้นการออกกำลังกาย ให้ทำท่าบริหารเบา ๆ ทุกส่วนเพื่ออบอุ่นร่างกายประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายพร้อมเล่นกีฬาและยังป้องกันอาการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย

2.เริ่มต้นทีละเล็กน้อย ไม่หักโหม
การเล่นกีฬานับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนอ้วนที่ต้องการหันมาดูแลสุขภาพ แต่การเล่นกีฬาทุกชนิดก็มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหม โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มเล่นหรือสัปดาห์แรก ๆ แนะนำให้เล่นครั้งละ 20-30 นาที และสังเกตอาการร่วมไปด้วย หากไม่มีอาการหน้ามืดหรือบาดเจ็บ ก็ค่อยเพิ่มเวลาเล่นนานขึ้นไปตามลำดับ ไม่ควรเล่นกีฬาอย่างหักโหมเกินกำลัง เพราะนอกจากเพิ่มโอกาสการบาดเจ็บแล้ว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี

3.หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท
เนื่องจากคนอ้วนมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก จึงไม่เหมาะนักหากเลือกเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง ยกตัวอย่างกีฬาวิ่ง กระโดดเชือก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดแรงกระแทกที่เข่า ซึ่งหากเข่าไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้จะทำให้เกิดอาการเข่าเสื่อม สำหรับกีฬาที่แนะนำคือ กีฬาว่ายน้ำเนื่องจากไร้แรงกระแทก ไม่ส่งผลเสียต่อข้อเข่า ที่สำคัญยังได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วนอีกด้วย

4.สังเกตอาการระหว่างออกกำลังกาย
สำหรับหนุ่มสาวร่างอวบที่ไม่มีโรคประจำตัว สามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติ เพียงแต่ระหว่างเล่นกีฬาควรสังเกตอาการอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น บางรายอาจมีอาการหน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ซึ่งหากเกิดอาการเหล่านี้ระหว่างเล่นกีฬาควรหยุดทันที หากมีอาการบ่อย ๆ ควรพบแพทย์ แต่สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่ถูกต้องและปลอดภัย

จะเห็นว่าผู้ที่มีรูปร่างอวบอ้วนก็สามารถเล่นกีฬาได้ โดยมีเทคนิคง่าย ๆ เพื่อการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัยไร้กังวล โดยนอกจากการลดน้ำหนักด้วยการเล่นกีฬาแล้ว สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักมากนั้น แนะนำให้เล่นกีฬาควบคู่การคุมอาหาร โดยให้หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารคาร์โบไฮเดรตสูง และหันมารับประทานอาหารโปรตีนสูง ผัก ผลไม้ และธัญพืช รับรองได้เลยว่าหากควบคุมอาหารควบคู่กับการเล่นกีฬา ไขมันจะลดลง น้ำหนักลดลง และหากทำอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป จะเริ่มเห็นผลในทางที่ดีคือ รูปร่างกระชับขึ้น กระฉับกระเฉง สดชื่น ทำให้มีกำลังใจออกกำลังกายต่อไปจนเป็นนิสัยถาวร

แนะหลักเกณฑ์ 5 ข้อพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ

กีฬาเพื่อสุขภาพ ฟังชื่อก็บ่งบอกถึงความหมายอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นกีฬาที่แตกต่างจากกีฬาทั่วไป ดังนั้นกีฬาเพื่อสุขภาพจึงหมายถึง การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสุขภาพกายและใจ รวมถึงการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีอยู่แล้วให้แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ให้ทรุดโทรมลงไป นอกจากนี้ยังรวมถึงการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย หรือการออกกำลังกายเพื่อการรักษาโรคเฉพาะทางอีกด้วย

ปัจจุบัน กีฬาเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมกว้างขวาง เพราะมีวิธีฝึกที่หลากหลาย โดยใช้รูปแบบจากการออกกำลังกายเพื่อวอร์มอัพร่างกายของกีฬาบางประเภท รวมถึงท่ากายบริหาร และงานอดิเรกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มาดัดแปลงให้เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพได้ โดยในวันนี้เรามีหลักเกณฑ์ 5 ประการในการพิจารณาเลือกเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพมาแนะนำกัน

1.เป็นกีฬาที่มีการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย หรือการเตรียมพร้อมไปสู่การแข่งขัน เช่น ท่าทางในการชกมวย ท่าวิ่ง ท่ายกน้ำหนัก การทำกายบริหาร ฝึกชกกระสอบทราย และการชกลม ซึ่งเป็นการฝึกฝนสมรรถภาพทางร่างกายให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ

2.สามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การทำกายบริหารประจำวัน เพื่อยืดหยุ่นระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหายใจ และระบบการไหลเวียนโลหิต ในระยะยาวยังเป็นการเพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวร่างกายและมีพลานามัยที่แข็งแรงขึ้นด้วย

3.เกมส์และการละเล่นทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เน้นการออกแรง เช่น การเล่นลิงชิงบอล ตี่จับ วิ่งเปี้ยว ตะกร้อวง กลองยาว หรือ แม่งูเอ๋ย เป็นต้น การละเล่นพื้นบ้านเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในของร่างกายของคนเราแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดี เพราะความสนุกสนานจากเกมส์การละเล่นเกิดความสนุกสนาน สามัคคีกลมเกลียวในหมู่เยาวชนและครอบครัวในชุมชนอีกด้วย

4.การออกกำลังกาย ด้วยการฝึกฝนร่างกายภายในบ้านและฟิตเนสออกกำลังกาย เช่น การปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ การปั่นจักรยานอยู่ในสถานที่ออกกำลังกาย การกระโดดเชือก การวิ่งเหยาะ ๆ บนลู่วิ่งเพื่อออกกำลังกาย การว่ายน้ำ และแม้แต่การก้าวขึ้นลงบันไดตามจังหวะท่าบริหารร่างกาย เป็นต้น หากปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

5.การเต้นแอโรบิก โยคะ การเล่นเกมที่เกี่ยวกับการเต้น เล่นแบดมินตัน เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง กับแก๊งเพื่อน ๆ หรือครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง และพัฒนาทักษะการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก็จัดว่าเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากีฬาและการออกกำลังกายจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์มากกว่าโทษ แต่ก็ต้องไม่ประมาทและไม่เล่นหักโหมจนเกินไป จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การจะได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง

กีฬาปีนเขาเสริมความอึดทั้งกายและใจ

กีฬาปีนเขาในร่มหรือกลางแจ้งเป็นกิจกรรมสนุกที่ใช้ทั้งกำลังกายและท้าทายความคิดในการแก้ปัญหา เนื่องจากการปีนเขายากที่จะทำคนเดียว ต้องทำเป็นทีม ช่วยกันคิดว่าจะปีนขึ้นไปอย่างไรให้ขึ้นง่ายและไม่เป็นอันตราย ได้เรียนรู้จากผู้อื่น แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ นักปีนเขาจึงเข้ากับคนง่าย ชอบออกกำลังเพื่อฟิตร่างกายให้พร้อม กีฬาและการออกกำลังกายส่งเสริมสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตด้วย

ปีนเขาช่วยอะไรได้มากกว่าที่คิด

การปีนเขามีเป้าหมายคือปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและปลอดภัย หลายคนพบว่าความทะเยอทะยาน เอาชนะความกลัวและเอาชนะตัวเองช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น สามารถฟื้นฟูสภาพจิตของหลายคนที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าที่รู้สึกว่ากำลังหลงทางและชีวิตไร้ความหมาย การปีนเขาช่วยเยียวยาจิตใจให้สบายใจขึ้น รู้สึกเหมือนควบคุมการเคลื่อนไหวทุกอย่างของตัวเองได้ เมื่อขึ้นไปสู่หน้าผาแล้วเจอวิวสวย อากาศดี ธรรมชาติช่วยกระตุ้นให้จิตใจสงบ เติมออกซิเจนให้เต็มปอด ก่อนจะกลับไปสู่ชีวิตและการทำงานอย่างทรงพลัง

การปีนเขาเป็นงานท้าทายทำให้ต้องตั้งสมาธิและอยู่กับปัจจุบัน ไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ลืมเรื่องราวกลัดกลุ้มในชีวิต หนีห่างจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงานและสถานที่ที่วุ่นวาย มีแต่ภารกิจท้าทายตรงหน้าที่ให้ประสบการณ์ความสนุกตื่นเต้น เมื่อขึ้นสู่ยอดเขาสำเร็จก็รู้สึกเบิกบานใจ ฝึกจิตใจให้ผ่อนคลายจากความเครียด สามารถเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ตนเองเมื่อต้องพบกับปัญหา กล้าเผชิญหน้า อดทน ตลอดจนรับมือกับสถานการณ์ความกลัวและความเครียดได้ดีขึ้น

กีฬาชนิดนี้นับเป็นกิจกรรมทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกาย และพัฒนาสุขภาพใจให้รู้สึกเข้มแข็งและมีอิสระในคราวเดียวกัน เพราะการปีนเขาเป็นกีฬาสังคม อย่างน้อยควรมีเพื่อนเป็นคู่ไปด้วย ช่วยกันคิดปีนสนุกกว่าเล่นคนเดียว และยังมีโอกาสได้พบเพื่อนใหม่ ๆ อีกด้วย เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีความร่วมมือร่วมใจทำงานเป็นทีมเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายด้วยกันปีนเขาช่วยอะไรได้มากกว่าที่คิด

ในฐานะที่เป็นนักปีนเขามือใหม่ต้องทำความเข้าใจว่า การปีนเขาเป็นการออกกำลังกายร่างกายเต็มรูปแบบ ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกอาจเจ็บแขนและร่างกายตึงไปทุกส่วน เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งร่างกายจะกระชับ แขน ไหล่ และหลังเริ่มมีกล้ามเนื้อโดยไม่ต้องยกดัมเบลล์ การเคลื่อนไหวปีนป่ายแนวตั้งทำให้กล้ามขาแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องซิทอัพ แนะนำให้เล่นโยคะไปด้วยจะช่วยยืดกล้ามเนื้อเพิ่มความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่ออยู่ในจุดที่ยากลำบาก มือและเท้าเกาะบนก้อนหิน คุณจะรู้ว่าตัวเองยึดได้นานกว่าและแน่นกว่าที่คิด สามารถรักษาสมดุลได้ดี ยิ่งฝึกปีนเขามากเท่าไหร่ การใช้พลังความสามารถเกินขีดจำกัดของตัวเองก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ประสบการณ์ปีนเขาจะสร้างแรงบันดาลใจในการต่อสู้ มีความอดทนมากขึ้น ผลักดันตนเองก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม